บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

                       ขอเชิญเข้าชมข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติในต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด 


Share | 
 

 อ่างฤาไนกับภูไท

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
kruwasan
Admin


จำนวนข้อความ : 2307
Join date : 30/04/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: อ่างฤาไนกับภูไท   Tue May 17, 2011 1:15 am

อ่างฤาไนกับภูไท
เวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งกับการออกดูนกภาคสนามต่างจังหวัดของชุมนุมรักนกโรงเรียนบ้านหนองบอน
27–29 กุมภาพันธ์ 2552 คือกำหนดที่เรา อันหมายถึงผมครูวสันต์ ครูนิวรณ์สมาชิกกิตติมศักดิ์ที่ร่วมเดินทางและช่วยเหลือชุมนุมรักนกทุกครั้ง ธนากร เขียวติ๊บหรือเจ้าวีศิษย์เก่าผู้รักการเดินป่าอย่างแท้จริง และสมาชิกชุมนุม 11 คน ที่เลือกสรรแล้วจากผลงานในรอบปี(ความจริง 12 คน แต่ผู้ปกครองไม่อนุญาต 1 คน)
เด็กๆของผมที่ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้มีสองรุ่นอายุ พวกม.2 อายุ 14 ปี เจ้าบอมบ์ เจ้าเจ เจ้าเมฆ เจ้ากอล์ฟ เจ้าต้อง เจ้าเบียร์ และเจ้าทรัพย์สถิต พวก ป.5 อายุ 11 ปี เจ้าณัฐ เจ้าแบ็งค์ เจ้าต๊ะ และเจ้าเบ็กแฮ่ม ซึ่งทั้งหมดนอกจากเป็นสมาชิกชุมนุมรักนกแล้ว ยังเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนด้วย โดยเฉพาะเจ้าบอมบ์รูปหล่อเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาติดทีมฟุตบอลอำเภอบ่อไร่ได้แชมป์รุ่น 14 ปี กีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดตราดประจำปีนี้มาสดๆร้อนๆ
ขาดขาประจำไป 1 คน ที่อยากไปแต่ไปไม่ได้ คือเจ้าตั้มผู้ถนัดด้านการดูดาวลูกชายผมเอง เพราะเพิ่งสอบเข้าทำงานที่เทศบาลตำบลหนองบอนได้ จึงติดการทำงาน
เราออกเดินทางเช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยอีซูซุสีขาวคู่ทุกข์คู่ยากของผมและของชุมนุมฯ ตามเส้นทางสายเขื่อนคีรีธารออกปากทางสายจันทบุรี-สระแก้ว มุ่งหน้าไปสี่แยกทุ่งกบินทร์ แวะซื้อเสบียงอาหารที่ตลาดปะตง ออกเดินทางต่อเกิดปัญหาเล็กน้อยเมื่อเจอม็อบมันสำปะหลังปิดสามแยกบ้านเขาแหลม ต้องวิ่งหลบเข้าตามเส้นทางที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำเครื่องหมายไว้ให้
ถึงสี่แยกทุ่งกบินทร์เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3259 ที่เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอวังสมบูรณ์จังหวัดสระแก้วกับอำเภอท่าตะเกียบจังหวัดฉะเชิงเทรา ทางสายนี้คือเส้นทางที่ขึ้นชื่อลือชาของฝูงช้างป่า วิ่งไปเพลินๆประมาณ 20 กว่ากิโลเมตรเราก็เข้าเขตป่าอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่องรอยของฝูงช้างป่ามีให้เห็นตามรายทางโดยเฉพาะขี้ และหลักกิโลเมตรที่โดนทำลายทุกหลัก คงจะหมั่นไส้ที่มาตั้งเกะกะลูกตาแถมอ่านไม่ออก ยังดีที่ไม่งัดยางมะตอยขึ้นมาด้วย มีจุดดูช้างป่าข้างถนนหลวงซึ่งจัดสร้างโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราวิ่งผ่านสำนักงานหน่วยจัดการต้นน้ำภูไทที่อยู่ขวามือไปโดยไม่ได้สนใจนัก
เลยหน่วยฯภูไทไปไม่เกิน 1 กิโลเมตร ซ้ายมือเป็นสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เลี้ยวเข้าไปตามเส้นทางข้างสนามหญ้าขนาดใหญ่ไปจนถึงที่ทำการสำนักงาน ติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยนำหนังสืออนุญาตจากกรมอุทยานฯไปแสดงด้วย เจ้าหน้าที่ก็พูดคุยดี แต่มีอยู่คนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หรือเปล่าไม่รู้มีคำพูดไม่น่าฟังสองสามประโยค “ขออนุญาต 15 คน มาเกินหรือเปล่านี่” สงสัยเวลาเรียนตกคำนวณมั้ง ก็ผมมาแค่ 14 คน “ต้องย้ายที่พักแล้วล่ะ เพราะมีคณะที่เขาใหญ่โตกว่าพวกคุณจะมาพักพรุ่งนี้ เขาใหญ่กว่าพวกคุณแน่” ใครกันวะ ใหญ่โตแค่ไหนเชียว และผมเองก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนด้วย ผมทำเรื่องขออนุญาตมาอย่างถูกต้องตามขั้นตอน แต่ไม่เป็นไรย้ายก็ย้าย ความจริงผมขอกางเต็นท์นอนกันเองแต่ไม่ได้รับอนุญาตด้วยเหตุผลที่ว่าช้างเข้าทุกคืน แน่นอนผมไม่คิดดื้อดึงจะกางเต็นท์เสี่ยงกับตีนช้าง
เจ้าหน้าที่พาเราย้อนกลับไปที่หน่วยจัดการต้นน้ำภูไท ที่นี่เราได้รับความประทับใจอย่างเหลือล้นในเวลาสองวันสองคืน
ผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยซึ่งทำหน้าที่แทนหัวหน้าหน่วยออกมาต้อนรับ กาแฟร้อนธรรมดาหอมหวนมากขึ้นในบรรยากาศมิตรภาพ เรือนพักโดยเฉพาะของหน่วยถูกเปิดให้สมาชิกชุมนุมรักนกเอาสัมภาระขึ้นไปเก็บ ครัวต้นน้ำถูกเปิดให้นำอาหารที่เตรียมมาเข้าไปทำกินกันได้ มื้อกลางวันได้เริ่มดำเนินการโดยธนากรหรือเจ้าวีเป็นพ่อครัวใหญ่
สภาพของหน่วยจัดการต้นน้ำภูไทเป็นหน่วยงานของกรมป่าไม้ มีอาคารถาวรหลายหลัง สามารถจัดการประชุมสัมมนาได้อย่างสะดวกสบาย พื้นที่รอบๆอาคารถูกปรับปรุงเป็นสนามหญ้า ปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม มีโรงเรือนเพาะชำกล้าไม้ ศาลาพักผ่อนกลางสระน้ำเป็นที่ที่ผมใช้นั่งบันทึกนกและสัตว์อื่นที่พบเห็นในแต่ละวัน หลังครัวต้นน้ำเป็นห้องนันทนาการของเจ้าหน้าที่ในหน่วย มีคาราโอเกะโดยจอโปรเจคเตอร์ขนาดมาตรฐาน คืนที่สองผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยเปิดให้สมาชิกชุมนุมได้ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน
ป่าฟื้นฟูรอบหน่วยมีเส้นทางตรวจป่าเป็นทางดินขนาดรถยนต์วิ่งได้ ซึ่งเต็มไปด้วยขี้ของช้างเจ้าถิ่น เมื่อเดินดูนกตามเส้นทางนี้ต้องระวังหน้าระวังหลังเพราะรอยใหม่ๆของช้างมีอยู่ทั่วไป ไก่ป่าค่อนข้างไม่กลัวคน นกที่นี่คล้ายๆกับที่หนองบอนเพราะเป็นป่าภาคตะวันออกเหมือนกัน ป่าที่ภูไทและอ่างฤาไนก็คือผืนป่าที่เมื่อก่อนเรียกกันว่าผืนป่าพนมสารคามนั่นเอง
บ่ายของวันแรกผมขับรถไปดูนกที่หลังสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดไม่ใหญ่นักกั้นด้วยฝายซีเมนต์ รอบอ่างเต็มไปด้วยรอยเท้าของฝูงช้าง นกน้ำที่สามารถเห็นได้มีทั้งขนาดใหญ่อย่างกระสานวล กระสาแดง ขนาดย่อมอย่างกาน้ำเล็ก ยางเปีย ยางกรอกพันธุ์จีน ยางควาย เป็ดมีสองชนิดคือเป็ดแดงและเป็ดคับแค นกทุ่งอย่างกระแตแต้แว้ด เด้าดินทุ่งเล็ก ตะขาบทุ่ง นกป่าอย่างขุนทอง ตะขาบดง ฯลฯ นกบ้านมีครบทั้งเอี้ยงสาริกา เอี้ยงหงอน พิราบป่า กิ้งโครงคอดำ ที่มากกว่าเพื่อนคือกิ้งโครงหัวสีนวล
ตอนเย็นก่อนกลับแวะเข้าไปชมสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ใกล้ๆกันกับอ่างเก็บน้ำ เวียนดูได้รอบเดียวฝนตกลงมาปรอยๆตัดสินใจกลับ ระหว่างนั้นหมูป่าฝูงใหญ่วิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถให้เห็นกันจะจะตาทุกคน
คืนนี้ก่อนนอนมีเรื่องให้ตื่นเต้นเล็กน้อย เสียงเจ้าหน้าที่ว่าช้างเข้า ผมเผ่นตามเจ้าหน้าที่ที่ออกไปไล่ช้างด้วยเลือดบ้าประจำตัว เด็กอีกหลายคนก็บ้าตามไปด้วย ปรากฏว่าช้างไม่เข้ามา กลับไปนอนหลับสบายภายใต้ผ้าห่มและที่นอนของหน่วยจัดการต้นน้ำฯที่จัดมาให้ครบทุกคน
เช้า 28 กุมภาพันธ์ 2552 ผมออกดูนกตั้งแต่เช้าพร้อมกับเด็กๆ จากบ้านพักไปตามเส้นทางตรวจป่า เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรจากที่พัก หนองน้ำเล็กๆข้างทางรอยช้างลงเล่นน้ำเมื่อคืนที่ผ่านมาชัดเจนกับสายตาทุกคู่
ราวๆสองกิโลเมตรเส้นทางไปสิ้นสุดที่หนองน้ำเล็กๆอีกแห่งหนึ่ง เมื่อพวกเราโผล่ออกไปพบเหยี่ยวรุ้งกำลังหิ้วงูขึ้นไปเกาะกิ่งไม้ข้างหนองน้ำ เหยี่ยวทำท่าไม่ไว้วางใจเมื่อเห็นพวกเรา สักครู่ก็ทิ้งงูแล้วบินหนีไป เอ...เราทำบุญช่วยชีวิตงูหรือทำบาปกับเหยี่ยวรุ้งให้เสียอาหารเช้าไปกันแน่หว่า
ด้านซ้ายของถนนข้างหนองน้ำมีห้างของนักวิจัยสัตว์ป่า โครงสร้างทำด้วยเสาเหล็กสูงขึ้นไปประมาณความสูงของแท็งก์ประปาทั่วๆไป หุ้มด้วยสแลนพรางแสงสีเขียวทุกด้าน ผมหมายตาเอาไว้ล่วงหน้า
หลังอาหารกลางวันผมพาสมาชิกชุมนุมขึ้นรถขับออกจากหน่วยจัดการต้นน้ำฯ มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งใจจะไปดูว่ามีสภาพเป็นอย่างไร รถวิ่งไปตามเส้นทางสายท่าตะเกียบถึงตลาดบ้านหนองคอก เลี้ยวหน้าโรงเรียนบ้านหนองคอกมุ่งหน้าสู่หน่วยพิทักษ์ป่าหลุมจังหวัด ซึ่งหน่วยแห่งนี้คือที่หมายของนักดูนกที่มาดูนกยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพราะสภาพป่ายังเป็นป่าดั้งเดิมไม่ใช่ป่าฟื้นตัวจากสัมปทานป่าไม้เหมือนที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์ฯหรือหน่วยจัดการต้นน้ำภูไทที่พวกผมพักกันอยู่
ระยะทางจากหน่วยจัดการต้นน้ำภูไทถึงหน่วยพิทักษ์ป่าหลุมจังหวัดประมาณ 35 กม.
หน่วยฯหลุมจังหวัดมีด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมเข้าไปใช้พื้นที่ เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบหรือแสดงบัตรลดครึ่งราคา จักรยาน 10 บาท จักรยานยนต์ 20 บาท รถยนต์ 60 บาท ถ้ากางเต็นท์นอน หลังละไม่เกิน 4 คน คืนละ 50 บาท หลังละเกิน 4 คน คืนละ 100 บาท
ผมเดินไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่พาเด็กเข้าไปเดินดูนก ได้รับอนุญาต เวลาขณะนั้นเที่ยงกว่าเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปหวังมากกับจำนวนนก แต่อย่างน้อยสมาชิกทุกคนก็ยังได้เห็นนกใหม่ที่ไม่มีในหนองบอน คือนกแขกเต้า(Red-breasted Parakeet) เป็นนกรุ่นเด็กตัวหนึ่งเกาะให้ดูนานจนเบื่อ ผมพาสมาชิกเดินชมสภาพป่าและดูนกไปตามเส้นทางสายน้ำตกบ่อทองซึ่งตัวน้ำตกอยู่ห่างจากหน่วยฯหลุมจังหวัด 14 กม. สภาพป่าคล้ายๆกับป่าสองข้างทางเดินเข้าไปหอดูสัตว์ทุ่งหญ้าบุตาปอดกลางป่าปางสีดาที่ผมคุ้นเคย เดินเข้าไปราวๆ 1 กม.จึงเดินทางกลับ
ขากลับแวะซื้อกับข้าวเพิ่มเติมที่ตลาดบ้านหนองคอก กลับมาถึงที่พักที่ภูไทเกือบห้าโมงเย็น ผมกับเจ้าวีให้ครูนิวรณ์ขับรถพาไปส่งที่ห้างดูสัตว์ของนักวิจัยที่หมายตาไว้ตั้งแต่เช้า ผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยฯยัดวิทยุติดต่อใส่มือมาให้ 1 เครื่อง บอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นให้วิทยุมาบอก นั่นเป็นน้ำใจของเขา ผมให้จอดรถห่างจากห้างมากพอสมควร นัดหมายเวลามารับ แล้วสองคนผมกับเจ้าวีก็รีบตรงดิ่งไปที่ห้าง 17.00 น.พอดียังไม่ทันขึ้นห้างมองไปทางหนองน้ำ ชะว้าย..ช้างป่าดำทะมึนเดินดุ่มอยู่ริมหนอง ผมรีบทำสัญญาณให้รีบขึ้นห้าง เราสองคนตะเกียกตะกายขึ้นห้างอย่างเงียบๆแต่ทุลักทุเล
เมื่อขึ้นไปอยู่บนห้างกวาดสายตาหาเจ้าช้างตัวนั้นหมายจะดูให้ชัดด้วยกล้องสองตาแต่ไร้วี่แววเสียแล้ว เรานั่งกวาดสายตาผ่านช่องเล็กๆของสแลนที่หุ้มอยู่ ที่หนองน้ำมีเจ้าตะขาบทุ่งประจำที่อยู่บนกิ่งไม้ บนพื้นมียางเปียกับกระแตแต้แว้ดอย่างละตัว แม้จะได้รับการบอกเล่ามาจากผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยว่าที่นี่มีกระทิง วัวแดงลงกินน้ำแทบทุกวัน แต่ผมไม่ได้หวังมากมาย กะนั่งเอาบรรยากาศเท่านั้น ค่ำก็กลับ
เจ้าวีสะกิดพร้อมกับชี้มือผมมองตาม ชายป่าริมหนองน้ำด้านซ้ายมือ สัตว์ใหญ่มากกว่าสองตัวโผล่ออกมาอย่างเงียบกริบ วัวแดงผมอุทานในใจ สวยสง่ากว่าวัวบ้านมาก สีน้ำตาลแดงเป็นมันของผิวหนัง สีขาวรูปใบโพธิ์ที่ก้นชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อมองผ่านกล้องสองตา ไม่มีส่วนไหนทำให้ผมคิดถึงวัวบ้านแม้แต่น้อย เวลาขณะนั้น 17.22 น. วัวแดงไม่ได้เดินออกมาริมหนอง แต่ก้มกินน้ำตรงชายป่านั่นเอง แสดงว่าตรงนั้นมีแอ่งเล็กๆ ตัวที่กินน้ำจะก้มกินจนอิ่มโดยไม่เงยหัวขึ้นมาเลย ตัวหนึ่งจะทำหน้าที่สังเกตการณ์ นับแล้วทั้งหมดมี 5 ตัว แถมในฝูงวัวแดงมีเจ้าเอี้ยงหงอนตามมาด้วยตัวหนึ่ง แสดงว่านกเอี้ยงไม่ได้เลี้ยงควายเฒ่าอย่างเดียวแบบที่เคยท่องจำตอนเด็กๆเสียแล้ว
ประมาณ 3 นาทีวัวแดงฝูงนั้นก็จากไป 17.25 น.ตรงชายป่าจุดนั้นผมเห็นวัวแดงอีก 1 ตัว ทำท่าจะออกมา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหันกลับวิ่งเข้าป่าไปไม่รู้ว่ากระสากลิ่นอะไรหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆผมกับเจ้าวีไม่ได้พูดคุยกันเลยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เริ่มเดินเข้าเขตห้าง
18.15 น.ลงจากห้างเพราะใกล้เวลานัดหมายแล้ว รีบจ้ำกลับไปตามเส้นทางขามา ไม่ได้กลัวไปถึงช้ากว่าเวลานัดหรอก แต่...ปวดท้องเยี่ยวเต็มที่ จะปล่อยแถวห้างก็ไม่สมควรเพราะกลิ่นจะทำให้สัตว์ต่างๆไม่กล้าเข้ามาที่หนองน้ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับสัตว์ป่าซึ่งผมไม่เคยทำ ครูนิวรณ์มารับตามเวลานัดหมายพร้อมกับบอกว่าผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยเปิดห้องคาราโอเกะให้เด็กๆร้องเพลงกันได้พักใหญ่แล้ว
หัวค่ำคืนนี้เราสนุกกันในห้องคาราโอเกะนั้น ฟังเด็กๆร้องคาราโอเกะผิดคีย์ผิดจังหวะแล้วผมกลุ้มเหลือเกิน กลัวเด็กๆจะหลุดปากออกมาว่าผมนี่แหละสอนวิชาดนตรี เด็กร้องได้ขนาดนี้ครูมันจะขนาดไหนวะนั่น
วงเลิกไม่ดึกนัก ผมกับเจ้าวีเดินตามหลังเจ้าหน้าที่ตรวจป่าเผื่อเจอสัตว์กลางคืนบ้าง ริมสระน้ำเห็นนกกลางคืนตัวใหญ่ยังไม่ทันดูรายละเอียดนกก็โผบินหนีไป จากขนาดตามสายตาผมเดาเอาว่าน่าจะเป็นนกทึดทือชนิดหนึ่ง เจ้าหน้าที่เดินตรวจรอบเล็กๆครบรอบก็กลับไปนอน ผมกับเจ้าวีเดินกันต่อ ยังข้องใจเดินไปดูตรงที่เจอนกที่น่าจะเป็นทึดทือแต่ไม่เจอ ตัดสินใจเดินไปตามเส้นทางตรวจป่าสายเดิมที่ปลายทางอยู่ที่ห้างดูสัตว์ เข้ามาได้ไม่กี่สิบเมตรเจอสายตาสะท้อนแสงไฟแดงโร่บนยอดไม้ นางอาย(Slow Loris)ตัวหนึ่งกำลังคืบคลานช้าๆตามสไตล์ของมัน
อยากจะไปต่อแต่แอลกอฮอล์ที่เข้าไปสะสมในร่างกายตั้งแต่หัวค่ำทำให้รู้สึกง่วงและฝนที่เริ่มปรอยเม็ดลงมาจึงตัดสินใจกลับที่พักอาบน้ำนอน
เช้าวันสุดท้ายที่หน่วยฯภูไท พวกเราตื่นขึ้นมาพบกับพื้นดินชุ่มฉ่ำและสายฝนที่ยังคงโปรยปรายแม้จะไม่หนาเม็ด จัดการกับอาหารเช้า เก็บกวาดเรือนนอนกับสถานที่โดยรอบที่เรามาใช้ประโยชน์กันจนเรียบร้อย ก็ถึงเวลาอำลา พวกเรา 14 ชีวิตกับเจ้าหน้าที่ที่หน่วยจัดการต้นน้ำภูไทร่ำลากันด้วยความประทับใจต่อกัน และหวังว่าจะกลับมาที่นี่อีก
บทเรียนที่ได้รับรู้จากสายตาและจากการกลับมาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ผืนป่าพนมสารคามในอดีตมีประมาณ 5 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว แต่จากการให้สัมปทานป่าไม้เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปีพ.ศ.2513 และการตัดถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว ในปี พ.ศ.2511 ทำให้ป่าถูกบุกรุกทำลายจนถึงปัจจุบันเหลือผืนป่าที่ยังรอดอยู่ได้เพราะประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าประมาณ 6 แสนกว่าไร่ นี่คือชะตากรรมอันโหดร้ายของผืนป่าเมืองไทย
........................................
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://nongbonbird.thai-forum.net
BoMBaY



จำนวนข้อความ : 19
Join date : 22/06/2011
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Wed Jun 22, 2011 8:44 pm

ประโยคนี้ ซึ่งทั้งหมดนอกจากเป็นสมาชิกชุมนุมรักนกแล้ว ยังเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนด้วย โดยเฉพาะเจ้าบอมรูปหล่อเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาติดทีมฟุตบอลอำเภอบ่อไร่ได้แชมป์รุ่น 14 ปี กีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดตราดประจำปีนี้มาสดๆร้อนๆ like ~~~ เลยครับ ^_^
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
kruwasan
Admin


จำนวนข้อความ : 2307
Join date : 30/04/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Wed Jun 22, 2011 9:46 pm

BoMBaY พิมพ์ว่า:
ประโยคนี้ ซึ่งทั้งหมดนอกจากเป็นสมาชิกชุมนุมรักนกแล้ว ยังเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนด้วย โดยเฉพาะเจ้าบอมรูปหล่อเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาติดทีมฟุตบอลอำเภอบ่อไร่ได้แชมป์รุ่น 14 ปี กีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดตราดประจำปีนี้มาสดๆร้อนๆ like ~~~ เลยครับ ^_^

ไปอยู่ตราษตระการคุณแล้ว มีผลงานทางฟุตบอลใหม่ๆส่งข่าวมาบ้างก็แล้วกัน Basketball
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://nongbonbird.thai-forum.net
BoMBaY



จำนวนข้อความ : 19
Join date : 22/06/2011
Age : 22

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Thu Jun 23, 2011 7:56 pm

คงไม่มีแล้ว มั้ง ครับ เพราะว่า ไปคัด ตัวไปแข่งที่ชล ไม่ติดเซง มากเลย


อ.ครรชิต ไม่เอาไปเล่น
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
kruwasan
Admin


จำนวนข้อความ : 2307
Join date : 30/04/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Sat Jun 25, 2011 9:05 am

BoMBaY พิมพ์ว่า:
คงไม่มีแล้ว มั้ง ครับ เพราะว่า ไปคัด ตัวไปแข่งที่ชล ไม่ติดเซง มากเลย


อ.ครรชิต ไม่เอาไปเล่น

ไม่มีอะไรเกินความพยายาม เดี๋ยวมีรายการอื่นก็ไปคัดตัวใหม่ อย่าท้อนะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://nongbonbird.thai-forum.net
THANAKRON K.



จำนวนข้อความ : 86
Join date : 12/07/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Tue Jul 12, 2011 8:40 pm

สมน้ำหน้า
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Preecha



จำนวนข้อความ : 3
Join date : 13/07/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Wed Jul 13, 2011 10:15 am

คิดถิงเพื่อนๆ และครูวสันส์

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
kruwasan
Admin


จำนวนข้อความ : 2307
Join date : 30/04/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Wed Jul 13, 2011 5:06 pm

THANAKRON K. พิมพ์ว่า:
สมน้ำหน้า

เอ๊า....น้องนะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://nongbonbird.thai-forum.net
kruwasan
Admin


จำนวนข้อความ : 2307
Join date : 30/04/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: อ่างฤาไนกับภูไท   Wed Jul 13, 2011 5:10 pm

Preecha พิมพ์ว่า:
คิดถิงเพื่อนๆ และครูวสันส์


คิดถึงก็กลับมาหาบ้างซิ อ้ออย่าทิ้งเรื่องฟุตบอลล่ะ หมู่๕ยิ่งไม่ค่อยมีนักฟุตบอลอยู่ด้วย bounce
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://nongbonbird.thai-forum.net
 
อ่างฤาไนกับภูไท
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
 :: บันทึกการเดินทาง-
ไปที่: